1G1 พาทัวร์ โรงแรมที่สาวไทยหนีไปทำงานจนติด COVID-19

เปิดอาณาจักรโรงแรม 1G1 ท่าขี้เหล็ก แหล่งแพร่โควิด ฮิตนำเข้าสาวไทย

ในตอนนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในไทย เริ่มกลับมาน่าเป็นห่วงอีกครั้ง เมื่อมีคนที่ไปทำงานที่ฝั่ง อ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา กลับเข้าประเทศผ่านทางช่องทางธรรมชาติ และติดโรคนี้มาด้วย บางคนที่เข้ามาแล้ว ได้ไปเที่ยวตามศูนย์การค้า งานเฟสติวัล บางส่วนก็ขึ้นเครื่องบินมายัง กทม. จนหวั่นว่าจะเกิดการแพร่เชื้อระลอก 2 ในประเทศ ทั้งนี้ พบว่า ผู้หญิงส่วนมากที่ไปทำงานที่ อ.ท่าขี้เหล็กนั้น ไปทำงานที่โรงแรม 1G1 ซึ่งมีลักษณะเป็นผับ โรงแรม และคาสิโน สถานบันเทิง ห่างจากพรมแดน อ.แม่สายเพียง 1.5 กม. โดยคาดว่า ผู้ถือหุ้นคือนักธุรกิจชาวไต้หวัน ที่นี่เป็นโรงแรมสูง 4 ชั้น ชั้นใต้ดินเป็นดิสโก้เธค ชั้น 1 และ 2 เป็นพื้นที่ห้องคาราโอเกะแบบวีไอพี ชั้นที่เหลือเป็นห้องพัก ห้องประชุมขนาดใหญ่ บางส่วนเป็นกาสิโน และชั้นบน ๆ จะมีบริการสำหรับลูกค้าวีไอพีมาก ๆ มีคนคุ้มกันการเข้าออกอย่างแน่นหนา

1G1

 

โรงแรม 1G1 เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร์ ห่างจากพรมแดนไทย อ.แม่สาย เพียง 1.5 กิโลเมตร และห่างจากจุดผ่านแดนถาวรประมาณ 2-3 กิโลเมตร จากแผนที่พบว่า จะมีลำน้ำสายเล็กๆ คั่นกลาง 1G1 โฆษณาว่า เป็นโรงแรมความบันเทิงแบบครบวงจร ลักษณะของโรงแรมเป็นโรงแรมขนาดค่อนข้างใหญ่ มีนักลงทุนจากต่างชาติมาร่วมลงทุนในโรงแรมแห่งนี้ด้วย ภายในโรงแรมจัดเต็มสิ่งบันเทิงแบบครบวงจร ทั้งผับ เธค บาร์ สาวนั่งดริ้ง คาราโอเกะ คาสิโน

โรงแรม-1G1

 

หญิงสาวจากประเทศไทยได้รับความนิยมในหมู่ผู้ไปใช้บริการมากที่สุด มีการคิดราคาหญิงสาวชาวไทยชั่วโมงแรก 800 บาท และชั่วโมงถัดไป 500 บาท แต่หากเป็นหญิงสาวจากพื้นที่อื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ในพื้นที่จะเป็นชาวไทใหญ่จะมีราคาตายตัวชั่วโมงละ 300 บาทตลอดการใช้บริการ ส่วนลูกค้ามีทั้งคนไทย ชาวจีน ชาวพม่า และชนกลุ่มน้อยมีฐานะดี ซึ่งพบว่า มีการประกาศรับสมัครสาวไทยจำนวนมากทางโซเชียลมีเดีย โดยเสนอค่าตอบแทนอย่างงามด้วย

คาสิโน

1g1

1g1

 

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) ได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันที่ 5 ธ.ค. ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ข้อมูล COVID-19” ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศไทย 4,072 ราย ในจำนวนนี้หายป่วยแล้ว 3,848 ราย เสียชีวิตสะสม 60 ราย

สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือผู้ติดเชื้อในประเทศ 2 ราย รายแรก เป็นเพศหญิง อายุ 50 ปี ในจังหวัดสิงห์บุรี สัญชาติไทย อาชีพรับจ้าง วันที่ 28 พ.ย.มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน มีการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. (Day 5) พบเชื้อโควิด มีไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาที่ รพ.สิงห์บุรี, รายที่ 2 เป็นชาย อายุ 30 ปี สัญชาติไทย วันที่ 26-29 พ.ย. มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง จ.เชียงราย มีการตรวจเจอเชื้อในวันที่ 4 ธ.ค. (Day3) ผลพบเชื้อ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ขณะนี้อยู่ที่ รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน

กลุ่มที่ 2 มีจำนวน 13 ราย เป็นการติดเชื้อมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานที่กักกัน     และกลุ่มที่ 3 เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ คือ เมียนมา 4 ราย รายแรกเป็นหญิงไทย อายุ 25 ปี ทำงานที่สถานบันเทิง เดินทางเข้าไทยวันที่ 28 พ.ย. ตามเส้นทางธรรมชาติ ตรวจเจอเชื้อวันที่ 3 ธ.ค. มีอาการไอ มีเสมหะ มีน้ำมูก สูญเสียการได้กลิ่น อยู่ระหว่างรักษาตัวที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์, รายที่ 2 เป็นหญิงไทย อายุ 25 ปี ทำงานที่สถานบันเทิง เข้าประเทศไทยวันที่ 28 พ.ย. ตามเส้นทางธรรมชาติ และตรวจเจอเชื้อเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว อยู่ระหว่างรักษาตัวที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์

รายที่ 3 เป็นชาย อายุ 32 ปี เป็นพนักงานสถานบันเทิง เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยเส้นทางธรรมชาติ เคสนี้ผู้ป่วยให้ข้อมูลว่าเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 พ.ย. แต่ตรวจเจอเชื้อในวันที่ 3 ธ.ค. มีอาการสูญเสียการได้กลิ่น อยู่ระหว่างรักษาตัวที่ รพ.นครพิงค์ รายนี้ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากอีกหลายแหล่งเพื่อยืนยันช่วงเวลาที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจริงๆ และรายที่ 4 เป็นชายเมียนมา อายุ 43 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว เดินทางเข้ามาถึงประเทศไทยวันที่ 3 ธ.ค. เข้ามาตรวจสุขภาพที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ รพ.แม่สอด พบเชื้อไม่มีอาการ อยู่ระหว่างการรักษาที่  รพ.แม่สอด

Covid